ท้องเสียง่ายหรือลำไส้อักเสบเรื้อรัง? IBD โรคร้ายรักษาไม่หายที่คนไทยเป็นมากขึ้นเรื่อยๆ

HIGHLIGHTS

  • กลุ่มโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง หรือ IBD (Inflammatory Bowel Disease) เป็นกลุ่มโรคที่มีการอักเสบบริเวณทางเดินอาหาร ในปัจจุบันพบว่ามีผู้ป่วยโรคนี้ในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพิ่มมากขึ้น และยังพบในทุกช่วงอายุตั้งแต่เด็กจนถึงผู้สูงอายุ โดยอายุที่มักเริ่มมีอาการคือช่วงอายุ 20-40 ปี ทั้งยังมีแนวโน้มว่าจะมีผู้ป่วยโรคนี้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในประเทศไทย

  • สาเหตุที่แท้จริงของโรคยังไม่ชัดเจน แต่เกิดได้จากหลายปัจจัย เช่น เครื่องดื่มกาเฟอีนและแอลกอฮอล์ อาหารขยะ บุหรี่ หรือความเครียด เป็นต้น


     เรามักไม่ได้เอะใจเวลามีอาการปวดท้อง ท้องเสีย หรือขับถ่ายเป็นเลือด และเผลอคิดว่าตัวเองแค่เป็นคนท้องเสียง่ายเกินไป แต่อย่าชะล่าใจไป เพราะแท้จริงแล้วเราอาจเข้าข่ายผู้ป่วยโรค ‘IBD’ อย่างไม่รู้ตัว

     แพทย์สมาคมแห่งประเทศไทยฯ เผยว่ากลุ่มโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง หรือ IBD (Inflammatory Bowel Disease) เป็นกลุ่มโรคที่มีการอักเสบบริเวณทางเดินอาหาร มักพบกับคนแถบตะวันตกและตะวันออกกลาง แต่ในปัจจุบันพบว่ามีผู้ป่วยโรคนี้ในแถบตะวันออกเฉียงใต้เพิ่มมากขึ้น และยังพบในทุกช่วงอายุตั้งแต่เด็กจนถึงผู้สูงอายุ โดยอายุที่มักเริ่มมีอาการคือช่วงอายุ 20-40 ปี อีกทั้งยังมีแนวโน้มว่าจะมีผู้ป่วยโรคนี้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในประเทศไทย

     โรค IBD มีอาการคล้ายกับโรคทางเดินระบบอาหารอื่นๆ ในกลุ่มโรค IBS (Irritable Bowel Syndrome) อย่างโรคกระเพาะ โรคริดสีดวงทวาร และโรคลำไส้แปรปรวน จึงทำให้ผู้ป่วยไม่เฉลียวใจว่าอาการที่เกิดขึ้นเป็นอาการของกลุ่มโรค IBD ทำให้ได้รับการรักษาไม่ตรงกับโรค และเกิดอาการเรื้อรังมากยิ่งขึ้น

 

มาทำความรู้จักกับโรค IBD และเช็กตัวเองไปพร้อมๆ กัน

โรค IBD สามารถจำแนกออกได้เป็น 2 โรค ได้แก่

  • โรคลำไส้ใหญ่อักเสบเรื้อรัง (Ulcerative Colitis – UC) เกิดเฉพาะบริเวณลำไส้ใหญ่ ทำให้ผู้ป่วยมีอาการท้องเสียรุนแรงและถ่ายเป็นเลือด

  • โรคโครห์น (Crohn’s Disease – CD) สามารถพบได้ทุกส่วนของระบบทางเดินอาหาร ทำให้ผู้ป่วยปวดท้อง น้ำหนักลด และเกิดภาวะซีด

สาเหตุของโรค IBD

จากการสนทนาสุขภาพ ‘IBD มีเพื่อน’ ที่จัดโดยแพทยสมาคมแห่งประเทศไทยฯ มีการเผยว่ายังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริง แต่สันนิษฐานได้ว่าอาจเกิดจากสิ่งเหล่านี้

  • พันธุกรรมและสิ่งแวดล้อม

  • เม็ดเลือดขาวทำงานหนักผิดปกติ เพราะคิดว่าลำไส้เป็นสิ่งแปลกปลอม จึงทำให้ร่างกายเกิดการอักเสบ

  • เชื้อแบคทีเรียในร่างกายถูกกระตุ้น

  • ปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ที่กระตุ้นให้เกิดโรค เช่น นม เครื่องดื่มที่มีกาเฟอีนและแอลกอฮอล์ อาหารขยะ บุหรี่ หรือความเครียด เป็นต้น

อาการที่ควรสังเกต

  • ปวดท้องและท้องเสียเรื้อรัง

  • อุจจาระเหลวเป็นน้ำ หรือมีมูกเลือดปน

  • คลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลีย น้ำหนักลด

  • มีไข้ต่ำๆ จนถึงไข้สูง

  • อาจมีภาวะโลหิตจาง

หากสงสัยว่าอาจเกิดโรค IBD ควรได้รับการตรวจวินิจฉัยโรค IBD แบบเฉพาะ ซึ่งมีดังนี้

  • การตรวจร่างกาย เน้นไปที่ช่องท้องและทวารหนัก

  • การตรวจเลือด

  • การตรวจอุจจาระ

  • การส่องกล้องเพื่อหาแผลบริเวณผนังลำไส้ และนำเนื้อเยื่อออกมาตรวจ

การรักษาโรค IBD

  • การใช้ยา มีทั้งยากดภูมิน้อยและยากดภูมิเยอะ

  • การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินอาหาร

  • การดูแลด้านจิตใจและสภาพอารมณ์

  • การผ่าตัดลำไส้ที่มีอาการอักเสบ

ข้อควรปฏิบัติเพื่อป้องกันโรค IBD

  • ระมัดระวังเรื่องอาหารการกิน เช่น งดอาหารรสจัด ของหมักดอง และรับประทานอาหารที่สะอาด ปรุงสุกแล้ว

  • พักผ่อนให้เพียงพอเพื่อให้ร่างกายสร้างเซลล์ขึ้นมาซ่อมแซม

  • หมั่นออกกำลังกายอยู่เสมอเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกาย


📌สนใจสั่งซื้อสินค้าหรือมีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพสอบถามเพิ่มเติมได้ที่

Inbox (https://bit.ly/2w61GRN)

Line@ ID : @enzymebiowist (http://bit.ly/33GiJqd) มี@ด้วยนะ

Website : http://bit.ly/37axMJV

Instagram : https://bit.ly/2Ig6qcm

Youtube : http://bit.ly/2kMClHZ

Call center : Tel. 088-5362211 / 088-5363322 / 088-5364433