โรคกระดูกพรุน..ภัยเงียบของผู้สูงวัย

     กระดูกพรุน โรคของกระดูกที่เป็นสาเหตุส่วนใหญ่ทำให้เกิดภาวะกระดูกหักหรือกระดูกสันหลังผิดรูปในสตรีสูงอายุ ซึ่งอาจส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน แต่การดูแลร่างกายตัวเองร่วมกับการดูแลจากแพทย์จะช่วยให้สามารถ ควบคุมและลดความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดโรคกระดูกพรุน ได้

กระดูกพรุนคืออะไร เกิดขึ้นได้อย่างไร ทำไมถึงพบบ่อยในผู้หญิง

     ช่วงอายุ 25-30 ปี ร่างกายจะมีโครงสร้างมวลกระดูกหนาแน่นที่สุด เพราะมีการซ่อมบำรุงปรับปรุงสร้างกระดูกใหม่และทำลายกระดูกเก่าตลอดเวลา จากนั้นก็จะปรับเข้าสู่ช่วงถดถอยกระบวนการสร้างจะมากกว่าการทำลาย มวลกระดูกจะค่อยลดลงเรื่อย ตั้งแต่อายุเลย 30 ปี เป็นต้นไปกระดูกเริ่มเสื่อมและบางลง แต่ถ้ากระดูกแตกหรือหัก บริเวณกระดูกสันหลัง สะโพกหรือข้อมือจะฟื้นตัวช้ามาก
     ในผู้หญิง ช่วงจังหวะที่เข้าสู่วัยหมดประจำเดือนจะเป็นช่วงที่เกิดการเสียมวลกระดูกมากกว่าปกติอีกประมาณ 5-10 ปี  ผู้หญิงจึงมักมีการกระดูกพรุนและกระดูกหักจากกระดูกพรุนมากกว่าผู้ชาย ​เพราะผู้ชายจะมีมวลกระดูกมากกว่าผู้หญิง

​สาเหตุของโรคกระดูกพรุน

• ภาวะขาดฮอร์โมนเพศหญิงในวัยหมดประจำเดือน ซึ่งเป็นฮอร์โมนช่วยการทำงานของเซลล์สร้างกระดูก เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดโรคกระดูกพรุนของผู้หญิงอายุมากกว่า 60 ปี กว่า 25%

• การหมดประจำเดือนเร็วหรือได้รับการผ่าตัดรังไข่ทิ้งก่อนอายุ 45 ปี

• อายุที่มากขึ้น การสร้างกระดูกจึงลดลง แต่เซลล์ทำลายกระดูกยังทำงานได้ตามปกติ โดยเมื่ออายุมากกว่า 50 ปี กระดูกจะบางลงทุก 1-3% ทุกปี

• ขาดอาหารสำคัญสำหรับสร้างกระดูก คือ โปรตีน แคลเซียม และวิตามิน ดี การสร้างมวลกระดูกจะลดลงแต่เซลล์ทำลายกระดูกทำงานสูงขึ้น

• ขาดการออกกำลังกาย เซลล์ทำลายกระดูกจะทำงานเพิ่มขึ้น

• พันธุกรรม พบโรคได้สูงขึ้นในคนมีประวัติครอบครัวเป็นโรคนี้

• ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนเป็นประจำ

• น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็วเนื่องจากโหมออกกำลังกายหรืออดอาหาร

• ใช้ยาสเตียรอยด์เกินขนาด

• ภาวะฮอร์โมนไม่สมดุล เช่น โรคต่อมไทรอยด์

• เป็นโรคเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน โรคตับ โรครูมาตอยด์

การรักษาและป้องกันภาวะกระดูกพรุน 

มีหลากหลายมุมในการดูแลและรักษาที่มากกว่า แค่เพียงจัดการเท่าที่จำเป็นเมื่อพบภาวะกระดูกพรุน ได้แก่ 

• การหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้หกล้ม เช่น การจัดแสงสว่างให้เพียงพอ ติดตั้งราวจับหรือพื้นผิวที่ไม่ลื่น ป้องกันการล้ม การรักษาโรคประจำตัวที่มีผลต่อการทำงานของกล้ามเนื้อหรือระบบประสาท เพื่อให้ร่างกายมีความคล่องตัวในการเคลื่อนไหว

• การออกกำลังกายสม่ำเสมอ ให้เหมาะกับสภาพร่างกายและความหนาแน่นของมวลกระดูกเดิม ​​  

• รับประทานอาหารให้ครบทุกหมู่ โดยเฉพาะแคลเซียมและวิตามินดีอย่างเหมาะสม ตลอดช่วงอายุเพื่อความแข็งแรงของกระดูก ซึ่งจะสมบูรณ์ที่สุดในช่วงอายุ 20 ปีปลายๆ หรือ 30 ปีต้นๆ

​• งดสูบบุหรี่

• หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์รวมถึงสารคาเฟอีน เนื่องจากมีผลทำลายกระดูก

• ตรวจร่างกายเป็นประจำ โดยเฉพาะเมื่ออายุมากกว่า 50 ปีควรเข้ารับการตรวจวัดกระดูกเพื่อป้องกันการเสื่อมแต่เนิ่นๆ

บุรุษเป็นโรคกระดูกพรุนได้หรือไม่

ในเพศชายก็เป็นโรคกระดูกพรุนได้เช่นกัน แต่พบได้น้อยกว่าเพศหญิง โดยมีปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคคือ โรคพิษสุราเรื้อรัง และ การขาดฮอร์โมนเพศชาย

ข้อควรปฏิบัติ

     ผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนและผู้ชายที่อายุ 65 ปีขึ้นไป  ควรตรวจโรคกระดูกพรุนด้วยเครื่องวัดความหนาแน่นของเวลากระดูกด้วยรังสีเอกซเรย์ขนาดต่ำ ๆ ในบริเวณที่ความเสี่ยงที่จะหักได้บ่อย ได้แก่ ข้อมือ ข้อสะโพก กระดูกสันหลัง จากนั้นนำค่าที่ได้ไปเปรียบเทียบกับมวลกระดูกของคนปกติในวัยเดียวกัน ซึ่งค่าที่บ่งบอกว่าเป็นกระดูกพรุน คือ ค่าที่น้อยกว่า 2.5 เท่าของค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน
การดูแลกระดูกอย่างใส่ใจและระมัดระวังในทุกช่วงอายุ ตั้งแต่วัยเด็กจนถึงวัยสูงอายุ ด้วยการทานอาหารที่ช่วยให้เสริมการสร้างมวลกระดูก ออกกำลังและไม่ประมาทกับการใช้งานร่างกาย เพราะการที่จะเปลี่ยนจากกระดูกปกติไปเป็นโรคกระดูกพรุนใช้เวลายาวนาน ถ้ารู้ตัวว่าอยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่จะเป็นกระดูกพรุน ควรปรับพฤติกรรม ปรับการใช้ชีวิตและสภาพร่างกายด้วยการดูแลอย่างเหมาะสมตลอดเวลา เพียงเท่านี้ชีวีก็สุขไม่ต้องทุกข์และวิตกกังวลกันแล้วค่ะ

 


📌สนใจสั่งซื้อสินค้าหรือมีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพสอบถามเพิ่มเติมได้ที่

Inbox (https://bit.ly/2w61GRN)

Line@ ID : @enzymebiowist (http://bit.ly/33GiJqd) มี@ด้วยนะ

Website : http://bit.ly/37axMJV

Instagram : https://bit.ly/2Ig6qcm

Youtube : http://bit.ly/2kMClHZ

Call center : Tel. 088-5362211 / 088-5363322 / 088-5364433